ชื่อผู้ใช้งาน: รหัสผ่าน:

ผู้เขียน หัวข้อ: {{เตรียม}}เปิดสอบ แนวข้อสอบสอบเลื่อนตำรวจสัญญาบัตร ปป. อก. สส. นก. (3-13มิ.ย.57)  (อ่าน 3122 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2439
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai





ประกาศ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
รับสมัครข้าราชการตำรวจชั้นประทวน เข้ารับการฝึกอบรมเพื่อแต่งตั้งเลื่อนชั้นเป็น ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร  ตั้งแต่วันที่ 3 - 13 มิ.ย. 2557
ตำแหน่ง รอง สว.สายงานปฏิบัติการป้องกันปราบปราม,พนักงานสอบสวน,นิติกร,รอง สว.กลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน 




วิธีการสมัครงานพนักงานราชการ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  :  ขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเอง

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ :
สอบวันที่ : 3-13 มิ.ย. 2557
ทดสอบความเหมาะสมของร่างกาย  :  13 ก.ค.. 2557
ประกาศผลสอบรอบสุดท้าย  :  21-26 ก.ค. 2557







  :2: :2: :2:
จำหน่ายไฟล์เอกสาร ใหม่ล่าสุดที่กำลังเปิดสอบ
สำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปติวและเวลาไปหาซื้อหนังสือตามร้าน
เป็นไฟล์เอกสารส่งทาง e-mail สามารถนำไปปริ้นเพื่ออ่านได้เลย
หรือ หากไม่สะดวก หนังสือเราก้อจัดพิมพ์ส่งให้ ได้ เช่นกัน ในราคา ดังนี้

(1)  ไฟล์  ภาค ก และ ข  PDF ส่งทาง E-Mail  ราคา  399 บาท
(2)  หนังสือ  ส่ง EMS ทางไปรษณีย์  ราคา 999 บาท

แนวข้อสอบ นายตำรวจสัญญาบัตร สายป้องกันและปราบปราม ปป.
- แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553
- แนวข้อสอบ กฏ ก.ตร. การสืบสวนข้อเท็จจริง
- แนวข้อสอบ ตำรวจแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2554
- แนวข้อสอบ ป.วิอาญา.M
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- แนวข้อสอบกฎหมายอาญา
- แนวข้อสอบเก่าสายปราบปราม ที่เคยออก
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ
- แนวข้อสอบวิชาประมวลกำหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- แนวข้อสอบเก่าตำรวจสัญญาบัตร ปป 2555 11 มี.ค. 55


แนวข้อสอบ นายตำรวจสัญญาบัตร สายอำนวยการและสนับสนุน อก.
- แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553
- แนวข้อสอบ กฏ ก.ตร. การสืบสวนข้อเท็จจริง
- แนวข้อสอบ ตำรวจแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2554
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544
- แนวข้อสอบตำรวจสายอำนายการ ที่ออกบ่อยๆ
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ
- แนวข้อสอบภาษาไทย
- แนวข้อสอบระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบเก่าตำรวจสัญญาบัตร อก 2555 11 มี.ค. 55


แนวข้อสอบ นายตำรวจสัญญาบัตร สายสืบสวนสอบสวน สส.
- แนวข้อสอบกฎหมาย ป.วิอาญา ป.อาญา และ กฎหมายพยาน
- ข้อสอบ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547
- ข้อสอบตำรวจ กฏ ก.ตร.ประเมินผล และ จริยธรรม
- ข้อสอบตำรวจ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2547
- พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
- ข้อสอบจริยธรรมและกฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวล จรรยาบรรตำรวจ 2553
- พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
- เเนวข้อสอบรัฐธรรมนูญเเห่งราชอาณาจักรไทย 2550
- รวมแนวข้อสอบเก่า


แนวข้อสอบ นายตำรวจสัญญาบัตร สายนิติกร นก.
- แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553
- แนวข้อสอบ กฏ ก.ตร. การสืบสวนข้อเท็จจริง
- แนวข้อสอบ ตำรวจแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2554
- แนวข้อสอบ ป.วิอาญา.M
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
- แนวข้อสอบกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- แนวข้อสอบกฎหมายอาญา
- แนวข้อสอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
- สรุปสาระสำคัญ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติวิธีการปฏิบัติราชการปกครอง พ.ศ. 2539
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ
- แนวข้อสอบวิชาประมวลกำหมายวิธีพิจารณาความอาญา


แนวข้อสอบ นายตำรวจสัญญาบัตร สายการเงิน กง.
- แนวข้อสอบ  กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง
- แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
- แนวข้อสอบ พรก.ค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พรบ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
- แนวข้อสอบระเบียบการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการ  พ.ศ. 2553
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบหลักการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณ
- แนวข้อสอบหลักการและนโยบายบัญชี สำหรับหน่วยงานภาครัฐ ฉบับที่ 2
- สรุป กฎ กตร.การประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ พ.ศ 2547
- สรุปแนวข้อสอบระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจากเดินทางไปราชการ 2550
- สรุปแนวข้อสอบระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง 2551
- สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติตำรวจแห่าติ พ.ศ. 2547
- สรุปสาระสำคัญว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ. 2549 และแก้ไขเพิ่มเติม


แนวข้อสอบ นายตำรวจสัญญาบัตร  สายสื่อสาร ทส. 
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
- ถาม-ตอบพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
- พรบ.ว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544
- ระบบการสื่อสารข้อมูล
- แนวข้อสอบระบบการสื่อสารข้อมูล
- ถาม-ตอบ งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น
- สาระน่ารู้เกี่ยวกับวิทยุสื่อสาร
- แนวข้อสอบการใช้วิทยุสื่อสารเบื้องต้น
- สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติตำรวจแห่าติ พ.ศ. 2547
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547



สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
เบอร์โทรศัพท์ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
ID Line :  0894220125
E-Mail : exam.st@hotmail.com
กรุณาชำระเงินที่ : ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนศรีจันทร์ ขอนแก่น
ชื่อบัญชี นางสาววรรณพร สอนคำมี
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 428-2-29359-0
****** อย่าลืมเก็บสลิปใบโอน เพื่อนำมาแจ้งเวลาโอน กับ E-mail เพื่อการจัดส่งด้วยนะคะ *******

Facebook Page : http://goo.gl/yb1hhr

ข้อสอบจัดส่งภายในวันที่โอนเงิน ไม่เกิน "เที่ยงคืน" คะ
*****อย่าลืมตรวจสอบที่กล่องขาเข้า  และ  อีเมลล์ขยะ*****
หากยังไม่ได้รับ ให้ติดต่อกลับมาที่  089-4220125 หรือทางอีเมล์ ได้เลยคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 01, 2014, 11:43:28 pm โดย Exam.st »

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2439
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


1. การแบ่งส่วนราชการในการจัดตั้งกองบัญชาการตราขึ้นเป็น
ก. พระราชกฤษฎีกา  ค. พระราชบัญญัติ
ข. กฏกระทรวง ง. ประกาศของกระทรวง
2. ก.ต.ช. ย่อมาจาก
ก. คณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ   
ข. คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
ค. คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ง. คณะกรรมการขาราชการตำรวจแห่งชาติ
3. ใครคือผู้กำหนดวันเวลาทำงานและวันหยุด ของข้าราชการตำรวจในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่
ก. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ค. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ข. คณะรัฐมนตรี ง. ก.ต.ช.
4. ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่ของ ก.ตร.
ก. กําหนดนโยบายและมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตํารวจและจัดระบบราชการตํารวจ
ข. พิจารณาดำเนินการคัดเลือกข้าราชการตำรวจเพื่อดำเนินการแต่งตั้ง ผบ.ตร.
ค. พิจารณาอนุมัติแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวันเดือนปีเกิด และการควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการตำรวจ
ง. รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาปรับปรุงเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง เงินเพิ่มค่าครองชีพ สวัสดิการ หรือประโยชน์เกื้อกูลสำหรับข้าราชการตำรวจให้เหมาะสม
5. ชั้นข้าราชการตำรวจมีกี่ชั้น
ก. 7 ชั้น  ค. 5 ชั้น
ข. 3 ชั้น ง. 6 ชั้น
6. ข้อใดคือชั้นของข้าราชการตำรวจ
ก. สัญญาบัตร   ค. พลตำรวจ
ข. ประทวน   ง. ถูกทุกข้อ
7. การถอดหรือออกจากยศสัญญาบัตรทำโดยวิธีใด
ก. ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ค. ระเบียบของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ข. ประกาศพระบรมราชโองการ ง.  ถูกทั้ง ก และ ข
8. ข้อใด ไม่ใช่ กรรมการโดยตำแหน่งของ ก.ตร.
ก. ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ค. ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ
ข. รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ง. จเรตํารวจแห่งชาติ
9. การกำหนดนโยบายการบริหารงานบุคคล คือหน้าที่ของใคร
ก. ก.ตร.  ค. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ข. ก.ต.ช.  ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
10. ใครเป็นผู้ประกาศรายชื่อกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุเบกษา
ก. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ค. นายกรัฐมนตรี 
ข. คณะรัฐมนตรี ง. รัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้ง
11. ใครคือประธานใน ก.ต.ช. และ ก.ตร.
ก. นายกรัฐมนตรี ค. คณะรัฐมนตรี
ข. ผบ.ตร. ง. ถูกทั้ง ก และ ข
 
12. กรรมการข้าราชการตำรวจเป็นกรรมการใน ก.ต.ช. ขณะเดียวกันไม่ได้เว้นแต่
ก. ผู้ช่วย ผบ.ตร. ค. รอง ผบ.ตร.
ข. ผบ.ตร.  ง. ถูกทั้ง ก แล ข
13. กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี และกี่วาระ
ก.  4 ปี วาระเดียว  ค. 2 ปี วาระเดียว
ข. 4 ปี 2 วาระติดต่อกัน ง. 2 ปี 2 วาระติดต่อกัน
14. การลงโทษโดยให้ทำงานโยธาการ ให้อยู่เวรยาม นอกจากหน้าที่ประจำต้องไม่เกินกี่ชั่วโมงต่อหนึ่งวัน
ก. 3 ชั่วโมง red; font-size: 16pt;" lang="TH">  ค. 5 ชั่วโมง
ข. 6 ชั่วโมง ง. 7 ชั่วโมง
15. การลงโทษโดยการกักตัวไว้ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งที่สมควรตามที่กำหนด คือ
ก. กักขัง  ค. ภาคทัณฑ์
ข. กักยาม ง. ทัณตกรรม
16. การลงโทษปลดออกต้องอุทธรณ์ต่อใคร
ก. ก.ตร.
ข. ก.ต.ช.
ค. ผู้บังคับบัญชาของผู้บังคับบัญชาที่สั่งลงโทษ
ง. ไม่มีข้อถูก
17. การขอลาออกเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ก. 30 วัน ค. 90 วัน
ข. 60 วัน ง. นับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก
18. ข้าราชการตํารวจผู้ใดเห็นว่าผู้บังคับบัญชาใช้อํานาจหน้าที่ปฏิบัติต่อตนโดยไม่ถูกต้องจะร้องทุกข์ต่อใคร
ก. ก.ตร. ค. ก.ต.ช.
ข. ผู้บังคับบัญชา ง. ผู้บังคับบัญชาหรือ ก.ตร.แล้วแต่ กรณี
19. เพื่อให้การปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีประสิทธิภาพ ประชาชนมีความศรัทธาและเชื่อมั่น จึงจำเป็นต้อง
ก. กำหนดจรรณยาบรรณของตำตรวจ
ข. กำหนดวินัยของตำรวจ
ค. กำหนดหน้าที่และวินัย
ง. กำหนดประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
20. สิ่งที่เป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งให้ข้าราชการตำรวจอยู่ในกรอบของศีลธรรม ขณะเดียวกันก็เป็นแนวทางชี้นำให้ข้าราชการตำรวจบรรลุถึงปณิธานของการเป็นผู้ พิทักษ์สันติราษฎร์ คือ
ก. จรรยาบรรณ  ค. มาตรฐานคุณธรรมและอุดมคติ
ข. อิทธิบาท 4 ง. จริยธรรม
21. การทารุณหรือทารุณกรรม หมายความว่า
ก. การปฏิบัติหรือกระทำใดๆต่อร่างกายหรือจิตใจในลักษณะที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม
ข. การปฏิบัติหรือกระทำใดๆต่อร่างกายหรือจิตใจที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
ค. การปฏิบัติหรือกระทำใดๆต่อร่างกายหรือจิตใจโดยการดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ง. ถูกทุกข้อ
22. หน่วยงานที่ทำหน้าที่นำมาประมวลฯ มากำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ คือ
ก. โรงเรียนตำรวจ
ข. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ค. สถาบันฝึกอบรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ง. ถูกทั้ง ก และ ค
23. ข้อใดแสดงถึงการมีจิตสำนึกของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เพื่อให้ประชาชน ศรัทธาและเชื่อมั่น
ก. มีท่าทีเป็นมิตร ค. มีความสุภาพความอ่อนโยน
ข. มีมนุษย์สัมพันธ์อันดี ง. ถูกทุกข้อ
24. ธรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จคือ
ก. พรมวิหาร 4 ค. สติสัมปชัญญะ
ข. อิทธิบาท 4 ง. สัปปุริสธรรม 4
25. ธรรมที่ช่วยให้ไม่ผิดพลาดในการทำงาน
ก. สติ ค. อุเบกขา
ค. มุฑิตา  ง. สัปปุริสธรรม 4
26. หนังสือที่ได้รับมาแล้วปฏิบัติเสร็จแล้ว และมีคู่สำเนาเก็บไว้ ให้จัดการทำลายได้เมื่อใด
ก. 1 ปี ค. 5 ปี
ข. 3 ปี ง. 10 ปี
27. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือ
ก. ตร. ค. ก.ต.ช.
ข. ตช. ง. ก.ตร.
28. คณะรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายแก่รัฐสภาภายในกี่วัน
ก. 20 วัน ค. 90 วัน
ข. 60 วัน ง. 30 วัน
29. เมื่อประชาชนหรือจากส่วนราชการอื่นมาติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจะต้องแจ้งกลับภายในกี่วัน
ก. 7 วัน ค. 45 วัน
ข. 30 วัน ง. 15 วัน
30. ใครคือผู้จัดทำแผนนิติบัญญัติ
ก. คณะกรรมการกฤษฎีกา ค. นายกรัฐมนตรี
ข. สำนักเลขานายกรัฐมนตรี ง. ถูกทั้ง ก และ ข
31. การแบ่งส่วนราชการในการจัดตั้งกองบัญชาการตราขึ้นเป็น
ค. พระราชกฤษฎีกา  ค. พระราชบัญญัติ
ง. กฏกระทรวง ง. ประกาศของกระทรวง
32. ใครคือผู้กำหนดวันเวลาทำงานและวันหยุด ของข้าราชการตำรวจในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่
ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ค. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ง. คณะรัฐมนตรี ง. ก.ต.ช.
33. ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่ของ ก.ตร.
จ. กําหนดนโยบายและมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตํารวจและจัดระบบราชการตํารวจ
ฉ. พิจารณาดำเนินการคัดเลือกข้าราชการตำรวจเพื่อดำเนินการแต่งตั้ง ผบ.ตร.
ช. พิจารณาอนุมัติแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวันเดือนปีเกิด และการควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการตำรวจ
ซ. รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาปรับปรุงเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง เงินเพิ่มค่าครองชีพ สวัสดิการ หรือประโยชน์เกื้อกูลสำหรับข้าราชการตำรวจให้เหมาะสม
34. ข้อใดคือชั้นของข้าราชการตำรวจ
ค. สัญญาบัตร   ค. พลตำรวจ
ง. ประทวน   ง. ถูกทุกข้อ

1. ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.2544 ประกาศใช้เมื่อใด
ก. 5 ก.พ.2544
ข. 15 ก.พ. 2544
ค. 25 ก.พ.2544
ง. 5 มี.ค.2544
ตอบ  ก. 5 ก.พ.2544

2. คณะรัฐมนตรีมีมติให้วางระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544
โดยอาศัยกฎหมายข้อใด
ก. ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ข้อ 28
ข.  พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 16 และมาตรา 26
ค. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 58 และมาตรา 29
ง.  ข้อ ข และ ค ถูก
    ตอบ   ข.  พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 16 และมาตรา 26

3. ผู้รักษาการตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 คือ
ก.  ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี
ข. ปลัดกระทรวงกลาโหม
ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ง. นายกรัฐมนตรี
    ตอบ  ง. นายกรัฐมนตรี

4. ข้อมูลข่าวสารลับหมายความว่า
ก. ข้อมูลข่าวสารที่มีคำสั่งไม่ให้เปิดเผย
ข. ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองและควบคุมดูแลของรัฐ
ค. ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับเอกชนแต่อยู่ในความครอบครองของรัฐ
ง. ข้อ ก และข้อ ข ถูกต้อง
ตอบ  ข. ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองและควบคุมดูแลของรัฐ



5. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ข. ปลัดจังหวัด
ค. นายกเทศมนตรี
ง. ผู้ว่าการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย
ตอบ  ก. ปลัดกระทรวงมหาดไทย

6. ชั้นความลับของข้อมูลข่าวสารลับแบ่งประเภทชั้นคือ
ก. แบ่ง 4 ชั้น คือ ลับที่สุด ลับมาก ลับ ปกปิด
ข. แบ่ง 3 ชั้น คือ ลับที่สุด ลับมาก ลับ
ค. แบ่ง 3 ชั้น คือ ลับสุดยอด ลับมาก ลับ
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง
ตอบ   ข. แบ่ง 3 ชั้น คือ ลับที่สุด ลับมาก ลับ

7. ข้อมูลข่าวสารลับซึ่งหากเปิดเผยทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนจะทาให้เกิดความเสียหายแก่
ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงคือ
ก. ชั้นความลับที่สุด
ข. ชั้นความลับมาก
ค. ชั้นความลับ
ง. ชั้นความลับเฉพาะ
ตอบ  ข. ชั้นความลับมาก

8. ใครเป็นผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับ
ก. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ข. นายทเบียนข้อมูลข่าวสาร
ค. นายตำรวจยศร้อยตรีขึ้นไป
ง.  ประธานสภาตำบล
ตอบ   ง.  ประธานสภาตำบล





9. หากท่านได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการแสดงชั้นความลับ จะดำเนินการอย่างไร
ก.  แสดงชั้นความลับลงเอกสารกลางหน้ากระดาษบนและล่างทุกหน้ากระดาษด้วยหมึกสี
แดง
ข. แสดงชั้นความลับลงแผนที่หรือภาพเขียนกลางหน้ากระดาษด้านบนและด้านล่างทุกหน้าด้วยหมึกสีน้ำเงิน
ค. แสดงชั้นความลับลงที่ต้นและปลายม้วนฟิล์มหรือจานบันทึกด้วยหมึกสีแดง
ง.   ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.   ถูกทุกข้อ

10. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
ก. การปรับชั้นความลับต้องให้ผู้มีอานาจกำหนดชั้นความลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
ข. การแก้ไขชั้นความลับให้ขีดฆ่าเครื่องหมายแสดงชั้นความลับเดิมหรือลบออกแล้วแสดง
เครื่องหมายชั้นความลับที่กำหนดใหม่ใกล้ชั้นความลับเดิม
ค. ข้อมูลข่าวสารที่มีคาวินิจฉัยให้เปิดเผยโดยให้มีเงื่อนไขหรือข้อจากัดใดให้ถือว่ายกเลิกชั้นความลับนั้นแล้ว
ง.   ข้อ ก และ ค ถูก
    ตอบ   ง.   ข้อ ก และ ค ถูก

11. ผู้ที่มีหน้าที่ควบคุมและรับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับ
ก. หัวหน้าส่วนราชการ
ข. ผู้ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่กำหนดชั้นความลับ
ค. นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ
ง. พลนาสาร
ตอบ   ค. นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ

12. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
ก. การส่งข้อมูลข่าวสารลับภายในบริเวณหน่วยงานเดียวกันทุกชั้นความลับ ต้องบรรจุซอง
ทึบแสงมั่นคงข้อข้อมูลข่าวสารลับนั้น
ข. การส่งข้อมูลข่าวสารลับออกนอกบริเวณหน่วยงาน ต้องบรรจุซองทึบแสงสองชั้นอย่าง
มั่นคงระบุชั้นความลับให้ชัดเจนทั้งด้านหน้าและด้านล่าง
ค.  การส่งข้อมูลข่าวสารลับทั้งภายในและส่งออกนอกประเทศจะส่งทางโทรคมนาคมก็ได้ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐอนุญาต
ง. ถูกหมดทุกข้อ
    ตอบ  ค.  การส่งข้อมูลข่าวสารลับทั้งภายในและส่งออกนอกประเทศจะส่งทางโทรคมนาคมก็ได้ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐอนุญาต

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2439
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


ตัวอย่างแนวข้อสอบเลื่อนนายตำรวจสัญญาบัตร ปี 2556

1.    ผบ.ตร.แต่งตั้งยศ ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
ตอบ   ร.ต.ต.ขึ้นไปแต่ไม่สูงกว่า   พ.ต.อ.

2.    ข้อใดเป็นหน้าที่ของ ก.ตร
ตอบ  รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาปรับปรุงขั้นเงินเดือน

3.    ผู้ใดไม่มีสิทธิเลือกกรรมการข้าราชการตำราจผู้ทรงคุณวุฒิ
ตอบ   พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ

4.    ข้าราชการตำรวจถึงแก่ความตาย
ตอบ   คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ

5.    เงินเพิ่มค่าครองชีพตามภาวะเศรษฐกิจ  ตราขึ้นเป็นกฏหมายใด
ตอบ   พระราชกฤษฎีกา

6.    ข้อใดมิใช่อำนาจของก.ตร
ตอบ   กำหนดประเด็นหรือข้อสำคัญที่ต้องการทราบสั่งไปให้ผู้บังคับบัญชาสอบสวนเพิ่มเติม

7.    การขอลาออกไปสมัครรับเลือกตั้งมีผลนับตั้งแต่วันใด
ตอบ   ผู้นั้นขอลาออก

8.    การอุทธรณ์ที่ถูกต้อง  คือ
ตอบ  ผบช.สั่งให้ออกจากราชการ ให้อุทธรณ์ต่อ ก.ตร.

9.    ผู้ใดแต่งกายคล้ายเครื่องแบบตำรวจในเขตประกาศกฎอัยการศึก มีโทษอย่างไร
ตอบ   จำคุก 1-10 ปี

10.    ใครเป็นผู้อนุมัตินำเงินค่าเปรียบเทียบฯ
ตอบ    คณะรัฐมนตรี

11.    การตรวจเงินแผ่นดินจะต้องรายงานผลการตรวจสอบบัญชีของกองทุนเสนอต่อใคร
ตอบ   กระทรวงการคลัง

12.    คณะกรรมการพิจารณาการประเมินมีหน้าที่อย่างไร
ตอบ   พิจารณาคำร้องทุกข์ ผู้ที่เห็นว่าการประเมินของตนไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2439
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


ตัวอย่างแนวข้อสอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ชุด 1
*******************

1.    รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550  มีสาระสำคัญที่มุ่งจะแก้ไขปัญหาโดยมีแนวทางอย่างไร
    ก.    การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่
    ข.    การส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่
    ค.    การขยายสิทธิ สิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่
    ง.    ถูกทุกข้อ

    คำตอบ  ง.  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มีสาระสำคัญคือ มุ่งที่จะแก้ไขปัญหาโดยมีแนวทางที่สำคัญคือ การคุ้มครอง ส่งเสริม และขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่การลดการผูกขาดอำนาจรัฐและขจัดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม การทำให้การเมืองมีความโปร่งใสมีคุณธรรมและจริยธรรม ทำให้ระบบการตรวจสอบมีความเข้มแข็งและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.    รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งกี่คน
    ก.    75  คน                         
ข.  76  คน   
ค.    80  คน   
ง.    85  คน

    คำตอบ  ข.  วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนรวม 150 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน (76 คน)  และมาจากการสรรหาเท่ากับจำนวนรวมข้างต้น (150 คน)  หักด้วยจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง

3.    รัฐธรรมนูญกำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มีจำนวนเท่าใด
    ก.    400 คน   
ข.    450 คน
    ค.    480 คน   
ง.    500 คน

    คำตอบ  ง.  สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก จำนวน 500 คน โดยมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต  375 คน และแบบสัดส่วน 125 คน

4.    ประชาชนจำนวนกี่คนมีสิทธิเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
    ก.    10,000 คน   
ข.    20,000 คน
    ค.    30,000 คน   
ง.    50,000 คน

    คำตอบ  ข.  ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 20,000 คน มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภามีมติถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกจากตำแหน่งได้

5.    บุคคลที่ไม่มีรายได้ แต่มีสิทธิได้รับสวัสดิการจากรัฐ บุคคลนั้นต้องมีอายุตามข้อใด
    ก.    เกิน 50  ปี   
ข.    เกิน  55 ปี
    ค.    เกิน 60  ปี   
ง.    เกิน  70 ปี

    คำตอบ  ค.  บุคคลซึ่งมีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ และไม่มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพมีสิทธิได้รับสวัสดิการสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรี และความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ

6.    รัฐธรรมนูญจำกัดการผูกขาดและการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมของรัฐบาล โดยมให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งอยู่ได้ไม่เกินกี่ปี
    ก.    4  ปี       
ข.    8  ปี
    ค.    12  ปี   
ง.    16ปี

    คำตอบ  ข.  พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ให้มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน และนายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 8 ปี ไม่ได้

7.    สมาชิกวุฒิสภามีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี
    ก.    4  ปี       
ข.    5  ปี
    ค.    6  ปี       
ง.    7  ปี

    คำตอบ  ค.  สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภามีกำหนดคราวละ 6 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง หรือวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลสรรหา แล้วแต่กรณี โดยสมาชิกวุฒิสภาจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 1 วาระไม่ได้

8.    ประชาชนมีเสรีภาพในการชุมนุมอย่างไร
    ก.    ชุมนุมเป็นจำนวนมาก   
ข.    ชุมนุมร่วมกันในหลายอาชีพ
    ค.    ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล   
ง.    ชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ

    คำตอบ  ง.  บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

9.    รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550  มีผลบังคับใช้เมื่อใด
    ก.    24  สิงหาคม 2550   
ข.    24  กันยายน  2550
    ค.    25  สิงหาคม 2550   
ง.    25  กันยายน  2550

    คำตอบ  ก.  รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลบังคับใช้ในวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือวันที่ 24สิงหาคม 2550

10.    รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550  มีบทบัญญัติทั้งสิ้นกี่มาตรา
    ก.    309  มาตรา   
ข.    310  มาตรา
    ค.    311  มาตรา   
ง.    312  มาตรา

    คำตอบ  ก.  บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550  มีทั้งสิ้น 15 หมวด 309 มาตรา

11.    บุคคลใดเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
    ก.    นายซ้ง อายุ 25 ปี ได้สัญชาติไทยมาแล้ว 3 ปี   
    ข.    นายดำ อายุ 17 ปีบริบูรณ์ สัญชาติไทย
    ค.    นายเด่น มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลา 1 ปี
    ง.    ไม่มีข้อใดถูก

    คำตอบ  ค.  บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
(1)    มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า  5 ปี
(2)    มีอายุไม่ต่ำกว่า 18  ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคมของปีที่มีการเลือกตั้ง และ
(3)    มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2439
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


ตัวอย่างแนวข้อสอบตำรวจสายการเงิน ตัวอย่างข้อสอบ เก็งข้อสอบ ติวเข้มข้อสอบตำรวจ


สรุปแนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2548

1. ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2548นี้ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่
ตอบ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป

2. “ส่วนราชการ” หมายความว่า
ตอบ ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

3. “รัฐวิสาหกิจ” หมายความว่า
ตอบ รัฐวิสาหกิจที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำ ปี หรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม

4. “การจัดสรรงบประมาณ” หมายความว่า
ตอบ การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำ ปี หรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม

5. “เป้าหมายยุทธศาสตร์ระดับชาติ” หมายความว่า
ตอบ ผลสัมฤทธิ์ที่รัฐบาลต้องการจะให้เกิดต่อประชาชนและประเทศ

6. “เป้าหมายการให้บริการกระทรวง” หมายความว่า
ตอบ เป้าหมายการให้บริการกระทรวงตามเอกสารประกอบพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำ ปี

7. “แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด” หมายความว่า
ตอบ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดตามที่จังหวัดกำหนดขึ้นโดยสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดและเป้าหมายยุทธศาสตร์ระดับชาติ

8. “แผนงบประมาณ” หมายความว่า
ตอบ แผนงบประมาณที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี

9. “แผนงบประมาณในเชิงบูรณาการ” หมายความว่า
ตอบ แผนงบประมาณในเชิงบูรณาการที่กำหนดไว้ในเอกสารประกอบพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำ ปี

10. “ผลผลิต” หมายความว่า
ตอบ ผลผลิตที่กำหนดไว้ในเอกสารประกอบพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี

11. “โครงการ” หมายความว่า
ตอบ โครงการที่กำ หนดไว้ในเอกสารประกอบพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำ ปี

12. “งบรายจ่าย” หมายความว่า
ตอบ กลุ่มวัตถุประสงค์ของรายจ่าย

13. “เงินทดรองราชการ” หมายความว่า
ตอบ เงินทดรองราชการตามระเบียบว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อรองจ่ายตามโครงการเงินกู้จากต่างประเทศ

14. “แผนการปฏิบัติงาน” หมายความว่า
ตอบ แผนการปฏิบัติงานของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในรอบปีงบประมาณ

15. “แผนการใช้จ่ายงบประมาณ” หมายความว่า
ตอบ แผนแสดงรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายสำ หรับส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเพื่อดำ เนินงานตามแผนการปฏิบัติงานในรอบปีงบประมาณ

16. “สำ นักเบิกส่วนกลาง” หมายความว่า
ตอบ กรมบัญชีกลาง

17. “สำ นักเบิกส่วนภูมิภาค” หมายความว่า
ตอบ สำนักงานคลังจังหวัด สำ นักงานคลังจังหวัด ณ อำเภอ และสำ นักงานคลังอำเภอด้วย

18. “การโอนงบประมาณรายจ่าย” หมายความว่า
ตอบ การโอนเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณของผลผลิตหรือโครงการใดไปผลผลิตหรือโครงการอื่นภายในงบรายจ่ายเดียวกัน

19. “การเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณรายจ่าย” หมายความว่า
ตอบ การเปลี่ยนแปลงรายการและหรือจำนวนเงินของรายการที่กำหนดไว้ภายใต้งบรายจ่ายของแผนงบประมาณ

20. “การโอนจัดสรรงบประมาณรายจ่าย” หมายความว่า
ตอบ การโอนจัดสรรงบประมาณรายจ่ายจากสำ นักเบิกส่วนกลางไปยังสำ นักเบิกส่วนภูมิภาคใด



แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 และแก้ไขเพิ่มเติม


1. “งบประมาณรายจ่าย” หมายความว่าอย่างไร
ก. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง

ตอบ ก. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย

2. พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2534 ราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม 108 ตอนที่ 168 ลงวันที่เท่าใด
ก. วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2534
ข. วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2534
ค. วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2534
ง. วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2534

ตอบ ค. วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2534

3. พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 ใน พ.ศ. ใด
ก. พ.ศ. 2515
ข. พ.ศ. 2517
ค. พ.ศ. 2534
ง. พ.ศ. 2543

ตอบ ข. พ.ศ. 2517

4. “งบประมาณรายจ่ายข้ามปี” หมายความว่าอย่างไร
ก. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง

ตอบ ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย

5. “ปีงบประมาณ” หมายความว่าอย่างไร
ก. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง

ตอบ ค. ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น

6. “หนี้” หมายความว่าอย่างไร
ก. ข้อผูกพันที่จะต้องจ่ายหรืออาจจะต้องจ่ายเป็นเงิน สิ่งของหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นข้อผูกพันอันเกิดจากการกู้ยืม การค้ำประกัน การซื้อ หรือการจ้างโดยใช้เครดิต หรือจากการอื่นใด
ข. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง

ตอบ ก. ข้อผูกพันที่จะต้องจ่ายหรืออาจจะต้องจ่ายเป็นเงิน สิ่งของหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นข้อผูกพันอันเกิดจากการกู้ยืม การค้ำประกัน การซื้อ หรือการจ้างโดยใช้เครดิต หรือจากการอื่นใด

7. “เงินประจำงวด” หมายความว่าอย่างไร
ก. ข้อผูกพันที่จะต้องจ่ายหรืออาจจะต้องจ่ายเป็นเงิน สิ่งของหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นข้อผูกพันอันเกิดจากการกู้ยืม การค้ำประกัน การซื้อ หรือการจ้างโดยใช้เครดิต หรือจากการอื่นใด
ข. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง

ตอบ ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง

8. “ส่วนราชการ” หมายความว่าอย่างไร
ก. องค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ
ข. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
ค. กระทรวง ทบวง กรม หรือทบวงการเมืองที่มีฐานะเทียบเท่า สำนักงานหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ แต่ไม่รวมตลอดถึงรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

ตอบ ค. กระทรวง ทบวง กรม หรือทบวงการเมืองที่มีฐานะเทียบเท่า สำนักงานหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ แต่ไม่รวมตลอดถึงรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

9. “รัฐวิสาหกิจ” หมายความว่าอย่างไร
ก. องค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ
ข. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
ค. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการ และ/หรือรัฐวิสาหกิจตาม (ก) และ/หรือ (ข) มีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ ง. ถูกทุกข้อ

10. พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2511 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 85 ตอนที่ 10 ลงวันที่เท่าใด
ก. วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2511
ข. วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2511
ค.  วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2511
ง. วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2511

ตอบ ค. วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2511

11. “เงินทดรองราชการ” หมายความว่าอย่างไร
ก. เงินที่กระทรวงการคลังจ่ายและอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองเป็นค่าใช้จ่ายตามระเบียบหรือข้อบังคับของกระทรวงการคลัง
ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ง. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย

ตอบ ก. เงินที่กระทรวงการคลังจ่ายและอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองเป็นค่าใช้จ่ายตามระเบียบหรือข้อบังคับของกระทรวงการคลัง

12. ข้อใดต่อไปนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการ
ก. เรียกให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเสนอประมาณการรายรับและรายจ่ายตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดตามที่ผู้อำนวยการกำหนด
ข. วิเคราะห์งบประมาณและการจ่ายเงินของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ
ค. กำหนด เพิ่ม หรือลดเงินประจำงวดตามความจำเป็นของการปฏิบัติงาน และตามกำลังเงินของแผ่นดิน
ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ ง. ถูกทุกข้อ

13. ข้อใดคือลักษณะของงบประมาณ

ก. คำแถลงประกอบงบประมาณแสดงฐานะและนโยบายการคลังและการเงิน สาระสำคัญของงบประมาณ และความสัมพันธ์ระหว่างรายรับและงบประมาณรายจ่ายที่ขอตั้ง
ข. รายรับรายจ่ายเปรียบเทียบระหว่างปีที่ล่วงมาแล้ว ปีปัจจุบันและปีที่ขอตั้งงบประมาณรายจ่าย
ค. คำอธิบายเกี่ยวกับประมาณการรายรับ
ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ ง. ถูกทุกข้อ

14. การกู้เงินตาม มาตรา 9 ในปีหนึ่งๆ จะสามารถกู้เงินได้เท่าใด
ก. ร้อยละยี่สิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกู้
ข. ร้อยละสี่สิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกู้
ค. ร้อยละหกสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกู้
ง. ร้อยละแปดสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกู้

ตอบ ง. ร้อยละแปดสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกู้

15. ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 203 ราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม 89 ตอนที่ 134 ลงวันที่เท่าใด
ก. วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2515
ข. วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2515
ค. วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2515
ง. วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2515

ตอบ ง. วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2515

ระเบียบกระทรวงการคลัง
ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ  พ.ศ. ๒๕๔๙
๑.    ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมการจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๙  อาศัย
- อำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒

๒.    ผู้รักษาการระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมการจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๙
- ปลัดกระทรวงการคลัง

๓.    โครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรมที่ส่วนราชการเป็นผู้จัด หรือจัดร่วมกับหน่วยงานอื่นต้องได้รับอนุมัติจาก
-  หัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณ  เพื่อเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้

๔.    การฝึกอบรมบุคคลภายนอกให้จัดได้เฉพาะ
- การฝึกอบรมในประเทศเท่านั้น

๕.    ค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่งให้ส่วนราชการผู้จัดการฝึกอบรมเป็นผู้เบิกจ่าย แต่ถ้าจะเบิกจ่ายจากส่วนราชการต้นสังกัด ให้ทำได้เมื่อ
- ส่วนราชการผู้จัดการฝึกอบรมร้องขอและส่วนราชการต้นสังกัดตกลงยินยอม

๖.    บุคคลที่เคยเป็นบุคลากรของรัฐมาแล้ว ให้เทียบตาม
- ระดับตำแหน่งหรือชั้นยศครั้งสุดท้าย  ก่อนออกจากราชการหรือออกจากงาน แล้วแต่กรณี

๗.    การเบิกจ่ายค่าพาหนะเดินทางไปกลับระหว่างสถานที่อยู่ ที่พัก หรือที่ปฏิบัติราชการไปยังสถานที่จัดฝึกอบรมให้อยู่ในดุลพินิจของ
- หัวหน้าส่วนราชการผู้จัดการฝึกอบรมหรือต้นสังกัด

๘.    ชั่วโมงการฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการบรรยาย ให้จ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรได้ไม่เกิน
- ๑ คน

๙.    ชั่วโมงการฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการอภิปรายหรือสัมมนาเป็นคณะ ให้จ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรได้ไม่เกิน
-  ๕ คน

๑๐.    การฝึกอบรมต้องมีกำหนดเวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า
- ห้าสิบนาที
แก้ไขข้อความ

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2439
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


ตัวอย่างแนวข้อสอบตำรวจ สายสื่อสาร ทส.

1. Data Communications  หมายถึงข้อใด
ก. การขนส่งข้อมูล
ข. การสื่อสารข้อมูล
ค. การแปลงข้อมูล
ง. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ       ข.  การสื่อสารข้อมูล

                การสื่อสารข้อมูล (Data Communications)  หมายถึง  กระบวนการถ่ายโอนหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างผู้ส่งและผู้รับโดยผ่านช่องทางสื่อสาร  เช่น  อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์เป็นตัวกลางในการรับส่งข้อมูล  เพื่อให้ผู้ส่งและผู้รับเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน

2. “เป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติมักจะลดทอนหรือรบกวนระบบ  อุปสรรค์ที่เกิดขึ้นระหว่างการรับส่งข้อมูล”  คือข้อใด
ก. Noise
ข. Voice
ค. Sink
ง. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ       ก.  Noise

                สัญญาณรบกวน (Noise)  เป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติมักจะลดทอนหรือรบกวนระบบ  อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งทางด้านผู้ส่งข่าวสาร  ผู้รับข่าวสาร  และช่องสัญญาณ  แต่ในการศึกษาขั้นพื้นฐานมักจะสมมุติให้ทางด้านผู้ส่งข่าวสารและผู้รับข่าวสารไม่มีความผิดพลาดตำแหน่งที่ใช้วิเคราะห์  มักจะเป็นที่ตัวกลางหรือช่องสัญญาณ  เมื่อไรที่รวมสัญญาณรบกวนด้านผู้ส่งข่าวสารและด้านผู้รับข่าวสารในทางปฏิบัติมักจะใช้วงจรกรอง (Filter)  กรองสัญญาณแต่ต้นทางเพื่อให้การสื่อสารมีคุณภาพดียิ่งขึ้นแล้วค่อยดำเนินการ  เช่น  การเข้ารหัสแหล่งข้อมูล  เป็นต้น

3. ปัจจัยใดที่ทำให้สัญญาณไมโครเวฟมีสัญญาณอ่อนลงหรือหักเห
ก. ในที่มีอากาศร้อนจัด
ข. ในเขตชุมชนที่มีสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น
ค. ในสถานที่ที่มีพายุหรือฝน
ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. ข. และ ค.

ตอบ       ง.  ถูกทั้ง ข้อ ก. ข. และ ค.

                เพื่อป้องกันการแทรกหรือรบกวนจากสัญญาณอื่นๆ  แต่สัญญาณอาจจะอ่อนลงหรือหักเหได้ในที่มีอากาศร้อนจัด  พายุหรือฝน  ดังนั้นการติดตั้งจานส่ง-รับสัญญาณจึงต้องให้หันหน้าของจานตรงกัน  และหอยิ่งสูงยิ่งส่งสัญญาณได้ไกล

4. ข่ายการสื่อสารข้อมูลเป็นการรับส่งข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง  โดยอาศัยระบบการส่งข้อมูลทางใด
ก. คลื่นไฟฟ้า
ข. แสง
ค. น้ำ
ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. และ ข.

ตอบ       ง.  ถูกทั้ง ข้อ ก. และ ข.

                ข่ายการสื่อสารข้อมูล  หมายถึง  การรับส่งข้อมูลหรือสารสนเทศจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยอาศัยระบบการส่งข้อมูลทางคลื่นไฟฟ้าหรือแสง  อุปกรณ์ที่ประกอบเป็นระบบการสื่อสารข้อมูลโดยทั่วไปเรียกว่า  ข่ายการสื่อสารข้อมูล (Data Communications Network)

5. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบพื้นฐานของข่ายการสื่อสารข้อมูล
ก. Transmisstion Channel
ข. Translate Channel
ค. Receiving Unit
ง. Sending Unit

ตอบ       ข.  Translate Channel

                องค์ประกอบการพื้นฐานของข่ายการสื่อสารข้อมูล (Data Communications Network)

1. หน่วยรับข้อมูล (Receiving Unit)
2. หน่วยส่งข้อมูล (Sending Unit)
3. ช่องทางการส่งข้อมูล (Transmisstion Channel)

6. การสื่อสารข้อมูล (Data Transmission)  มีกี่รูปแบบ  อะไรบ้าง
ก. 2  รูปแบบ  คือ  การสื่อสารแบบอนุกรม  และการสื่อสารแบบขนาน
ข. 2  รูปแบบ  คือ  การสื่อสารแบบไปกลับ  และการสื่อสารแบบแจ้งรับ
ค. 3  รูปแบบ  คือ  การสื่อสารแบบอนุกรม  การสื่อสารแบบขนาน  และการสื่อสารแบบทางเดียว
ง. 3  รูปแบบ  คือ  การสื่อสารแบบไปกลับ  การสื่อสารแบบทางเดียว  และการสื่อสารแบบขนาน

ตอบ       ก.  2  รูปแบบ  คือ  การสื่อสารแบบอนุกรม  และการสื่อสารแบบขนาน

วิธีการสื่อสารข้อมูล (Data Transmisstion)
                ลักษณะของการสื่อสารข้อมูลมี 2 รูปแบบคือ  การสื่อสารแบบอนุกรม (Serial Data Transmission)  และการสื่อสารแบบขนาน (Parallel Data Transmission)

7. สถานีไมโครเวฟลอยฟ้า  เป็นคำเปรียบเสมือนจากข้อใด
ก. ดาวเทียม
ข. พระอาทิตย์
ค. จานดาวเทียม
ง. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ       ก.  ดาวเทียม

การสื่อสารด้วยดาวเทียม (Satellite Transmission)

1.   Q-CODE จะใช้ในลักษณะใด
     ก.   เป็นคําตอบอย่างเดียว                                        ข.   เป็นคําถามอย่างเดียว
     ค.   เป็นคําย่อทั่วไป                                                  ง.   เป็นได้ทั้งข้อ ก. และข้อ ข.

2.  ประมวลสัญญาณ Q-CODE ได้ถูกจัดพิมพ์ไว้ใน
     ก.   THE FCC RULE BOOK                                   ข.   THE AMERICAN RADIO RELAY LEAGUE
     ค.   RADIOCOMMUNICATION BUREAU S25    ง.   RADIO REGULATION APPENDIX 14

3.  รหัส Q ในรูปของคําถามที่ หมายถึง “ท่านจะไปที่ ไหน? และมาจากไหน?” คือ
      ก.QRA                                  ข.QRB                               ค.QRD                                        ง.QRE

4. รหัส Q ในรูปของคําถามที่ หมายถึง “ท่านรับฟังข้อความของข้าพเจ้าได้ชัดเจนเพียงใด” คือ
       ก.QRI                                        ข.QRK                                 ค.QRM                                 ง.QRN

5.  รหัส Q ในรูปของคําถามที่ หมายถึง “ลดกําลังส่งลง” คือ
     ก.QRO                                          ข.QRP                                                  ค.QRQ                                 ง.QRS

6.  รหัส Q ในรูปของคําถามที่ หมายถึง “ท่านพร้อมหรือยัง?” คือ
     ก.QRS                                           ข.QRT                                ค.QRU                                 ง.QRV

7.  รหัส Q ในรูปของคําถามที่ หมายถึง “ใครกําลังเรียกข้าพเจ้า?” คือ
     ก.QRV                                           ข.QRW                              ค.QRX                                  ง.QRZ

8.  รหัส Q ในรู ปของคําถามที่ หมายถึง “ท่านรับข้อความได้หรือไม่ ?” คือ
     ก.QSA                                         ข.QSB                                  ค.QSK                                  ง.QSL

9.  รหัส Q ในรูปของคําถามที่ หมายถึง “ต่ำแหน่งสถานี ของท่านอยู่ที่ใด?” คือ
     ก.QTA                                         ข.QTH                                 ค.QTR                                  ง.QRT

10. รหัส Q ในรูปของคําถามที่ หมายถึง “ขณะนี้เวลาเท่าใด?” คือ
     ก. QTA                                         ข.QTH                                 ค.QTR                                                  ง.QRT

11. รหัส Q-CODE “QRX” ในรูปของคําถามหมายถึงข้อใด
     ก.   ท่านพร้อมหรือยัง?                                                             ข.   เมื่อใดท่านจะเรียกข้าพเจ้าอีก?
     ค.   ใครเรียกข้าพเจ้า?                                                                ง.   เมื่อใดจะถึงรอบ (คิว) ข้าพเจ้า?

12.  รหัส Q-CODE “QRE” ในรูปของคําถามหมายถึงข้อใด
     ก.   ท่านพร้อมที่จะทํางานอัตโนมัติแล้วหรือ?                     ข.   ท่านพร้อมแล้วหรือ?
     ค.   ท่านกําลังเดินทางกลับไปที่  HOME แล้วหรือ?            ง.   ท่านคาดว่าจะถึง HOME เวลาเท่าใด?

13.  รหัส Q-CODE “QRR” ในรูปของคําถามหมายถึงข้อใด

     ก. ท่านพร้อมที่จะทํางานอัตโนมัติ แล้วหรือ?                       ข. ท่านพร้อมแล้วหรือ?
     ค. ท่านกําลังเดินทางกลับไปที่  HOME แล้วหรือ?              ง. ท่านคาดว่าจะถึง HOME เวลาเท่าใด?

14.  รหัส Q-CODE “QSX” หมายถึง
     ก. ขอเปลี่ยนไปCONTACTที่ความถี่อื่น                                ข. ขอให้ไปรับสัญญาณที่ความถี่ที่กําหนดให้
     ค. ขอให้ไปส่งสัญญาณที่ความถี่ที่กําหนดให้                       ง. ขอให้ติดต่อผ่านสถานีอื่น

15.  รหัส Q-CODE “QSW” ในความหมายของคําถามหมายถึง
     ก.   คุณจะส่งได้ที่ความถี่เท่าใด?                                              ข.   คุณจะรับที่ความถี่ ...ได้หรือไม่ ?
     ค.   ระดับเสียงของฉันขาดหายหรือไม่ ?                               ง.   จะให้ฉันส่งข้อความทีละคําใช่หรือไม่ ?